โหระพา มีประโยชน์มากกว่าปรุงอาหาร มากสรรพคุณและประโยชน์

เมื่อพูดถึงโหระพา ทุกคนก็คงจะนึกถึงผักสมุนไพรที่ใช้ประกอบอาหารไทยในหลากหลายเมนูใช่ไหม คะ ? คุณทราบไหมคะ นอกจากใบโหระพาจะใช้ประกอบในอาหารไทยแล้ว โหระพายังมีสรรพคุณที่ดีต่อ สุขภาพของคุณอย่างไม่คาดคิดด้วย บทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับสรรพคุณและประโยชน์ของโหระพาให้ กว้างกว่าเดิม มาดูกันค่ะว่า แท้จริงแล้ว มีสรรพคุณใดอีกบ้างที่เรายังไม่ทราบค่ะ


ประวัติและถิ่นกำเนิดของโหระพา
โหระพานั้นมีถิ่นกำเนิดที่ประเทศในทวีปเอเชียและแอฟริกา เป็นพืชผักพื้นเมืองของอินเดีย ในปัจจุบันโหระพาได้แพร่หลายในเอเชียและตะวันตก โหระพาจัดเป็นพืชในกลุ่มเดียวกับกะเพราและแมงลัก มักจะนำมาใช้ปรุงรสและกลิ่นของอาหารให้น่ารับประทานมากขึ้น

ลักษณะรูปร่างของโหระพา
โหระพา ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum basilicum Linn. มีชื่อสามัญเป็นภาษาอังกฤษว่า Sweet Basil, Thai Basil. ลำต้นมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมสีม่วงอมแดง ใบมีลักษณะเป็นเดี่ยว รูปไข่หรือรูปวงรี ยาวประมาณ 4-6 เซนติเมตร ดอกมีสีขาวอมแดงม่วง มีเมล็ดสีน้ำตาลเข้ม เมื่อถูกแช่น้ำเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เมือกรอบเมล็ดนั้นพองออก คล้ายกับเมล็ดแมงลักนั่นเองค่ะ

สรรพคุณและประโยชน์ของโหระพา
สรรพคุณและประโยชน์ของโหระพา หากแบ่งออกเป็นสัดส่วน จะประกอบด้วย ใบและเมล็ด ดังนี้
  • ใบของโหระพาสามารถนำไปประกอบอาหารได้ ใบของโหระพามีจุดเด่นที่กลิ่นหอม คนไทยจึงนำมาประกอบอาหารประเภทผัด เช่น ผัดเผ็ด แกงเผ็ด  เป็นต้น
  • ใช้เป็นเครื่องเคียงกับอาหารประเภทต่าง ๆ นอกจากจะใช้ประกอบอาหารแล้วนั้น ใบโหระพายังสามารถใช้เป็นเครื่องเคียงไว้รับประทานร่วมกับอาหารได้อีกด้วย เช่น ส้มตำ ลาบ เป็นต้น จะเห็นได้ว่า คนไทยเรานั้นชอบตกแต่งอาหารให้มีหน้าตาสวยงามอยู่เสมอ ซึ่งนอกจากจะทำให้อาหารอร่อยมากขึ้นแล้ว ยังทำให้อาหารนั้นดูน่ารับประทานมากขึ้นอีกด้วยค่ะ สามารถแก้อาการปวดท้องได้ เพียงนำใบโหระพามาชงกับน้ำร้อนแล้วดื่ม เนื่องจากน้ำมันที่อยู่ในใบของหาระพานั้น มีสรรพคุณในการแก้จุกเสียด แน่นท้อง และยังช่วยขับลมอีกด้วย
  • เมล็ดโหระพามีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักด้วย เพียงน้ำเมล็ดมาแช่น้ำทิ้งไว้ให้พองตัว เนื่องจากเมล็ดโหระพา มีส่วนช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น และทำให้อิ่มนานขึ้นด้วยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ? พืชสมุนไพรอย่างโหระพานั้นก็มีประโยชน์หลากหลายที่เราก็ไม่ควรมองข้าม ดังนั้น การหันมาใช้สมุนไพรรักษาโรคก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะคะ  แต่อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาสมุนไพรเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของคุณนะคะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น